top of page
logo_black.png
  • Facebook

Recent Post

เฮือนบัว บนเส้นทางอนาคตอันเก่าแก่

  • Oct 14, 2025
  • 2 min read

นอกจากมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์แล้ว คุณค่าทางภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของสถาปัตยกรรม

ก็เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงเป็นอย่างยิ่ง

บ้านเป็นมากกว่าที่คุ้มแดด คุ้มฝน เป็นทั้งพื้นที่เรียนรู้ รักษา และสืบทอดภูมิปัญญาการประดิษฐ์ที่อยู่อาศัย ของชาวภูมิภาคเขตร้อนชื้น อันสั่งสมมานานหลายชั่วอายุคน ถูกกลั่นกรอง ไตร่ตรองจนมาถึงปัจจุบัน จะเป็นการน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง หากลูกหลานละทิ้งคุณค่านั้น การช่วยกันสร้างสรรค์ องค์ความรู้ใหม่ๆที่ต่อยอดจากภูมิปัญญาดั้งเดิมขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นสมบัติที่ส่งไปยังคนรุ่นหลัง ต่อๆกันไปไม่รู้จบ สิ่งที่สร้างสรรค์ขึ้นจากอดีต จะอยู่ยืนยงไปในอนาคต ไม่ใช่แค่วันนี้ หรือ พรุ่งนี้ แต่อยู่ไปอีกนานแสนนานบนเส้นทางอนาคตอันเก่าแก่ หากเราจะลองค้นหาความหมายชีวิต เส้นทางเดินใหม่ หรือการสร้างสรรค์สรรพสิ่งในอนาคตภายหน้า สิ่งที่ทำได้ล้วนแล้วแต่เป็นการมุ่งหวัง การคาดคะเนโดยอาศัยพื้นฐานจากปัจจุบันที่เรามี หากมองไปข้างหน้าโดยไม่สัมพันธ์กับอดีตและปัจจุบัน มักจะเป็นการมองหาหนทางใหม่ที่ว่างเปล่า แต่เชื่อได้เลยว่า ไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นแปลกใหม่เพียงใด ก็ล้วนหยิบยืม รับแรงบันดาลใจมาจากอดีตหรือปัจจุบัน หรืออย่างน้อยก็ต้องนั่งอยู่บนฐานคิดของสิ่งที่เคยมีอยู่แล้วจึงคิดสร้างสรรค์ต่อยอด ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง การปลูกเรือนก็เช่นเดียวกัน มนุษย์แต่ละคนรับรู้ถิ่นที่ สภาพแวดล้อม ภูมิอากาศ และมีปัจจัยที่แวดล้อมแตกต่างกันออกไปในแต่ละถิ่นฐาน สาระสำคัญของการปลูกเรือน คือ เป็นที่กิน ที่อยู่ ที่นอน ที่เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ตั้งแต่ลืมตาตื่นถึงยามหลับตานอน เรือนจึงเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้ชิดกับร่างกายและจิตใจเรามากกว่าปัจจัยอื่นใด เพราะเรือนเป็นพื้นที่ที่อิสระที่สุด ปลอดภัยและเป็นพื้นที่ส่วนตัว เราจะเป็นตัวของตัวเองที่สุดเมื่อเราอยู่ในเรือนนอนของเราเอง หรือแม้แต่การปลูกเรือนเพื่อมุ่งหวังที่จะอยู่ใช้ชีวิตกับครอบครัว อยู่กับธรรมชาติแวดล้อมและมีกิจกรรมเล็กๆน้อยๆเพื่อสร้างความผาสุกในชีวิตบั้นปลาย ไม่ว่าช่วงเวลาแห่งอนาคตที่เราคำนึงถึงนั้นจะอยู่ใกล้หรือยังอีกห่างไกล เราเป็นผู้เลือกและกำหนดอนาคตด้วยตัวเอง อยู่ที่เราว่าจะเลือกอนาคตของเรือนในรูปแบบไหน หากแต่ เฮือนบัว เรือนไม้หลังเล็กๆกลางทุ่งนา เป็นเรือนหลังน้อยที่เลือกเส้นทางให้แก่ตนเองในอนาคต เรือนที่ผ่านการคำนึงถึงวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่อยู่คู่กับสังคมชนบท เหมาะสมกับภูมิทัศน์วัฒนธรรมในถิ่นที่ เพื่อปูเส้นทางสู่อนาคตอันเก่าแก่ ซึ่งเป็นหนทางที่เจ้าเรือนยึดถือและเฝ้าฝันถึงการดำรงชีวิตบั้นปลายอยู่ท่ามกลางอนาคตอันเก่าแก่อันรื่นรมย์นั้น



แนวความคิดแรกเริ่ม

 

เฮือนบัว เป็นเรือนที่ถือกำเนิดมาจากแนวคิดการต่อยอดภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในภูมิภาคล้านนา อันเป็นโลกทัศน์พื้นฐานของการปลูกเรือน โดยมีวัฒนธรรมเข้ามาขับเคลื่อนองคาพยพของสิ่งที่เข้ามาประกอบสร้างเป็น เฮือนบัว เริ่มแรกจากความต้องการของเจ้าเรือน ผู้มีถิ่นฐานเดิมเป็นคนพัทลุง คนปักษ์ใต้ที่เติบโตมากับวัฒนธรรมของภูมิภาคแห่งลมฝนในภาคใต้ ต่อมาจึงเข้ามาเรียนหนังสือในกรุงเทพมหานคร ศึกษาต่อในต่างประเทศและทำงานในต่างประเทศ การพบกับความอลังการศิลป์ของสถาปัตยกรรม จิตรกรรมและศิลปะแบบยุโรป ทำให้ตื่นตาตื่นใจเมื่อพบความงดงามเหล่านั้น พบกับความเป็นอยู่อันเป็นระบบระเบียบในสังคมต่างวัฒนธรรม แต่เมื่อนานวันเข้ากลับหวนระลึกถึงประเทศบ้านเกิด คิดถึงท้องถิ่นชนบทในสังคมไทย คิดใคร่ครวญถึงคุณค่าแห่งการใช้ชีวิตอันเรียบง่าย รวมไปถึงคุณค่าของศิลปะสถาปัตยกรรมแบบท้องถิ่น วิถีวัฒนธรรมที่ขับเคลื่อนมาจากภูมิปัญญาดั้งเดิมในสังคมบรรพกาล เมื่อค้นพบจิตวิญญาณภายในจึงมีความคิดที่จะกลับมาใช้ชีวิตบั้นปลายในแผ่นดินเกิด จึงออกตามหาพื้นที่ที่เหมาะสมกับความต้องการและวิถีชีวิตที่อยากดำรงอยู่ในอนาคต จึงได้พบกับที่ดินผืนหนึ่งในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ที่ดินที่เป็นทุ่งนากว้างห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้ มีฉากเขาเป็นทิวเขา มองไปทางไหนก็เป็นสีเขียวร่มรื่น และตัดสินใจที่จะเลือกใช้ชีวิตอันรื่นรมย์ ณ ที่ดินผืนนี้ เมื่อเลือกถิ่นฐานที่เหมาะสมกับความต้องการ สิ่งที่คำนึงถึงอันดับแรกๆ คือ วัฒนธรรมในถิ่นที่และหน้าตาของเรือนที่จะปรากฎขึ้นบนภูมิทัศน์วัฒนธรรมในชุมชนนั้น ต้องกลมกลืนและแสดงออกถึงอัตลักษณ์ที่มีรากมาจากภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่สัมพันธ์กับภูมิภาคล้านนา การเลือกสถาปนิกผู้ออกแบบเรือนก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยผลักดันให้สิ่งที่คิดฝันออกมาเป็นบ้านในอุดมคติ จนมาพบกับกลุ่มผู้ออกแบบที่มีแนวความคิดตรงกันและค่อยๆพูดคุยเพื่อดึงเอาความต้องการ ความชื่นชอบ ทั้งแนวทางของทั้งเจ้าของและผู้ออกแบบมาแลกเปลี่ยนเพื่อให้ออกมาเป็นแบบเรือนที่ตรงใจและตรงกับความต้องการผู้อยู่อาศัยมากที่สุด และความเป็นผู้ชื่นชอบงานศิลปะท้องถิ่น เครื่องมือเครื่องใช้ท้องถิ่น ทำให้เจ้าเรือนของเฮือนบัว คือ ผู้หนึ่งที่เป็นนักสะสมของเก่าแก่ที่มีคุณค่าและหลงใหลในฝีมือช่างพื้นบ้าน การสร้าง เฮือนบัว ทำให้เกิดคำถามหนึ่งว่า สิ่งใดเกิดขึ้นก่อนกันระหว่าง “เรือน” กับ “เครื่องใช้ในเรือน” ซึ่งการสร้างบ้านปลูกเรือนในยุคปัจจุบันนั้นส่วนใหญ่ เรือนจะถูกสร้างขึ้นก่อน จากนั้นเครื่องเรือน เครื่องใช้ประดับตกแต่งต่างๆจึงค่อยๆตามเข้ามาภายหลัง แต่กลับกันกับ เฮือนบัว ที่เจ้าของเป็นผู้ชอบสะสมเครื่องเรือน เครื่องใช้ องค์ประกอบของเรือนบางอย่าง ถูกเตรียมไว้ก่อนที่เรือนจะถูกก่อสร้างขึ้นมา อาทิ เช่น ประตู-หน้าต่างโบราณที่มีเรื่องราวสำคัญ หำยนต์ล้านนาลวดลายพิเศษ หรือแม้แต่เครื่องเรือน เครื่องมือ เครื่องใช้ ก็ถูกนำมาคิดร่วมกับการก่อสร้างเฮือนบัว ถูกนำมาใช้เป็นโจทย์ในการจัดเรียงและวางองค์ประกอบของเรือน เพื่อให้ความชื่นชอบของเจ้าเรือน รูปแบบเรือน และรูปแบบการใช้ชีวิตในเรือนสอดประสานกันอย่างลงตัว ทั้งหมดทั้งมวลจึงนำมาสู่ “เฮือนบัว” เรือนหลังน้อยที่มีคุณค่าทั้งทางศิลปะเชิงช่างและคุณค่าทางจิตใจ



เรือนกับคุณค่าของงานไม้และเชิงช่างไม้ล้านนา  

 

เฮือนบัว เป็นเรือนไม้จริงที่ก่อรูปมาจากภูมิทัศน์วัฒนธรรมในดินแดนล้านนา อันมีภูมิทัศน์บริบทแวดล้อมเป็นต้นทุน และใช้วิถีชีวิตวัฒนธรรมในถิ่นที่เป็นตัวขับเคลื่อนรูปร่าง รูปทรง เชิงช่าง รวมไปถึงรูปแบบของเรือน การกำหนดลักษณะของเรือนจึงเป็นส่วนผสมที่มาจากภูมิทัศน์และวัฒนธรรมที่สอดประสานกัน และอาศัยสภาพภูมิศาสตร์อันเป็นสิ่งที่รังสรรค์เรือนขึ้นมา ณ ถิ่นที่บริเวณนั้น ไม้เป็นหนึ่งในทรัพยากรที่ผลิตสร้างได้ภายในช่วงชีวิตหนึ่งๆของมนุษย์เราและสามารถปลูกทดแทนกลับไปในธรรมชาติได้ หากรู้จักการปลูก การดูแลรักษา การจัดการ และนำมาใช้สอยอย่างมีคุณค่า ไม้จะเป็นทรัพยากรที่มีค่าของแผ่นดินนี้ที่นำมาใช้แล้วไม่มีวันหมดไป เมื่อไม้เป็นสิ่งที่เลือกสรรในการสร้างเฮือนบัว บนภูมิทัศน์วัฒนธรรมตามแบบวิถีแห่งชนบท การสร้างด้วยเชิงช่างที่ชำนาญในการขึ้นรูปเรือนและแปรรูปไม้ได้วิธีการโบราณก็มีส่วนในการสร้างความงามให้กับเรือน จึงเป็นลักษณะเด่นของเฮือนบัว ที่ปลูกสร้างตามวิถีแห่งอนาคตอันเก่าแก่ เป็นเรือนที่มีโครงสร้างตามแบบเรือนล้านนายุคเก่ากว่า 130 ปี การสร้างร่องรอยบนพื้นผิวไม้ที่ปรากฏ เป็นรอยของเครื่องมือช่าง การประกบรอยต่อและข้อต่อในองค์ประกอบก็เป็นภูมิปัญญาเชิงช่างไม้ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากครั้งบรรพกาล แม้ว่าเครื่องมือ วัสดุ เครื่องใช้จะทันสมัยมากขึ้น แต่องค์ความรู้และภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษได้สั่งสมไว้ไว้ยังถูกส่งต่อผ่านการปลูกเรือนและฝีไม้ลายมือที่ปรากฏออกมาในเฮือนบัว เรือนหลังนี้จึงเป็นการผสมผสานทั้งเชิงช่างและเครื่องมือเก่าใหม่ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว พื้นผิวสัมผัสของเราเมื่อได้สัมผัสกับพื้นผิวไม้จะให้ความรู้สึกแห่งธรรมชาติมากพอๆกับการสัมผัสต้นไม้ เสมือนกับว่าย่ำเดินอยู่ในธรรมชาติ แม้ว่าลมหายใจของภูมิปัญญาเก่าแก่จะยังคงมีอยู่ แต่ก็รวยรินมากกว่าจะรุ่งโรจน์เฟื่องฟู เพราะในยุคนี้ยุคที่ลูกหลานอาจจะละเลยสิ่งเก่าๆยุคปู่ย่าตาทวดไปบ้าง แต่ความสำคัญและคุณค่าของภูมิปัญญาดั้งเดิมก็ยังไม่สูญหายไปเสียหมด แม้จะถูกนำกลับมาใช้ไม่มากตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป แต่อย่างน้อย เฮือนบัว ก็เป็นเรือนหลังหนึ่งที่ยังคงสืบทอดความงดงามและคุณค่าจากอดีตเหล่านั้น ไม่ให้สูญสลายไปตามกาลเวลา



เรือนกับการรับรู้ธรรมชาติแวดล้อม

 

พื้นที่เรือนเมื่ออยู่ในภูมิทัศน์วัฒนธรรมอันเหมาะสม การรับรู้ธรรมชาติ รับรู้แดด ลม ฝน ฤดูกาล และเวลาในเฮือนบัว จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่พิเศษของเฮือนบัว การปลูกเรือนอยู่กลางทุ่งนาและเป็นลักษณะเรือนยกพื้นสูง ช่วยให้เมื่อแดดจัด อากาศร้อนกลางทุ่งจะลอยตัว นำพาลมเย็นพัดเข้ามาแทนที่ และด้วยเรือนใต้ถุนยกพื้นสูง ทำให้ลมพัดเข้ามาตลอดเวลา เมื่อลองนั่งใต้ถุนเรือน นั่งมองทุ่งนากว้าง ต้นไม้เขียวขจีและฉากหลังที่เป็นภูเขากลับทำให้เพลิดเพลินและรื่นรมย์ ประกอบกับเมื่อลมเย็นพัดเข้ากระทบผิวกายก็ทำให้รู้สึกสบายตัว ผ่อนคลายและเคลิบเคลิ้ม น่าหลับตานอนพักผ่อน ซึ่งการที่ใต้ถุนมีลมพัดเย็นเหมาะแก่การใช้ชีวิตในช่วงเวลากลางวัน สามารถเป็นพื้นที่ทั้งทำงานและพักผ่อน เหมือนกันรูปแบบการใช้ใต้ถุนเรือนของคนล้านนาแต่ก่อนที่ใช้ชีวิตใต้ถุนเรือนในเวลากลางวันและขึ้นเรือนนอนในเวลาเย็น การใช้ชีวิตในเฮือนบัวเสมือนกับการย้อนเวลากลับไปสู่วิถีแห่งเกษตรปฐมภูมิอีกครั้งหนึ่ง

 

นาข้าว หากเมื่อลงมือเพาะปลูกและเฝ้ามองการเติบโตจนถึงเก็บเกี่ยว นอกจากจะเป็นบรรยากาศที่รื่นรมย์ ยังเป็นการกลับมายึดถือวิถีเกษตร ทั้งเคารพและสืบทอดความเป็นพื้นที่ดั้งเดิมที่เป็นผืนนากว้างขวางมาแต่โบราณ เมื่อการทำนา การปลูกข้าวเข้ามาสู่วิถีชีวิตประจำวัน จะทำให้เฮือนบัวมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ทั้งเป็นเรือนที่พักหลบแดด ลม ฝน และเป็นเรือนที่อยู่ท่ามกลางบริบทแห่งกสิกรรม ทุ่งนามิใช่เป็นเพียงองค์ประกอบ แต่กลับเป็นหัวใจสำคัญของการก่อเกิดความงดงามและวิถีอันเรียบง่ายของเฮือนบัวอีกด้วย

 

นอกจากทุ่งนา ทัศนียภาพที่โอบกอดเฮือนบัวไว้จะงดงามแล้ว เรือนบัวที่ถูกออกแบบมาให้สัมพันธ์กับช่วงเวลาและฤดูกาลก็เป็นพื้นที่ที่พิเศษ การสร้างชานเพื่อเชื่อมครัวกับตัวเรือน ก็เพื่อการสร้างพื้นที่เชื่อมต่อ การแยกเรือนกับครัวด้วยการคั่นเป็นพื้นที่ชานเชื่อม ช่วยให้เมื่อเดินจะรับรู้ถึงการเปลี่ยนผ่านจากพื้นที่หนึ่งไปสู่อีกพื้นที่หนึ่งที่แตกต่างและการแยกครัวห่างจากตัวบ้านโดยมีชานอยู่หน้าครัวเป็นการสร้างพื้นที่ที่เหมาะสม ทำให้การทำอาหารในครัวไม่ส่งควันไฟและกลิ่นไปสู่เรือนนอน ให้ความรู้สึกว่าครัวมีพื้นที่กว้างขึ้นเมื่ออยู่ติดกับชานแดดที่โล่งและลมพัดผ่าน ซึ่งชานแดดเหมาะสำหรับการตากอาหารแห้งและผลิตผลทางการเกษตร ส่วนตัวเรือนที่อยู่ภายใน ประกอบด้วยโถงโล่งที่จะเป็นเสาคานไม้ใหญ่ที่สูงโปร่ง ช่วยให้เรือนไม่ร้อนและถ่ายเทอากาศได้ดี หน้าต่างในห้องโถงแบบก๊อกเค้าแมว(แบบล้านนาโบราณ)ด้านทิศตะวันตกเมื่อถึงยามเย็นเมื่อตะวันคล้อยลง แสงแดดอ่อนๆจะผ่านลอดหน้าต่างเข้ามาเป็นลำแสงตกกระทบกันพื้นไม้กลางโถงและผนังหน้าห้องนอน นับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่งดงามและบ่งบอกว่า ถึงเวลาเย็นที่ใกล้ถึงช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนแล้ว พื้นที่ที่อยู่ติดกันกับโถงคือ เฉลียงหน้าเรือน ที่เป็นทั้งพื้นที่นั่งพักและทางเดินขึ้นลง สำหรับห้องน้ำที่ติดกับโถงด้านตรงข้างกับเฉลียงเป็นห้องอาบน้ำที่สามารถเปิดบานเฟี้ยมให้สามารถมองเห็นบรรยากาศแวดล้อมและลมพัดเข้าออกได้อย่างรื่นรมย์ และที่สำคัญที่สุด คือ เรือนนอน ห้องที่ออกแบบไว้สำหรับพักผ่อน ออกแบบให้ประตูเฟี้ยมซึ่งเป็นประตูเก่าที่ซื้อมาก่อนสร้างเรือน มีการใช้กลอนแบบโบราณที่ติดกับประตูมาแต่เดิม ก่อนการก้าวผ่านห้องนอนเป็นหำยนต์ ซึ่งเป็นหำยนต์โบราณที่ติดเหนือประตู ซึ่งหากมองในความหมายของหำยนต์ล้านนาโบราณ มีไว้แสดงขอบเขตแบ่งระหว่างพื้นที่เจ้าเรือนและคนภายนอก การตั้งตั้งหำยนต์เป็นการแสดงถึงการผ่านเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวส่วนที่สำคัญที่สุดของเรือน ซึ่งตามความเชื่อคนโบราณจะจำกัดพื้นที่ไม่ให้คนภายนอกเข้าไปก่อนได้รับอนุญาต



การตกแต่งเรือนทั้งเครื่องเรือน เครื่องใช้และของประดับ อาทิเช่น ตู้ไม้โบราณ พระไม้ที่ไว้สักการะบนเรือน พัดลมโบราณ โต๊ะ ตู้ เก้าอี้ หมอนและผ้าคลุม เครื่องดนตรี หรือแม้กระทั่งเครื่องสักการะพระพุทธรูป หากมองอย่างผิวเผินอาจมองเห็นเป็นการตั้งใจจัดวางดูคล้ายพิพิธภัณฑ์ แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นเกิดจากการตั้งใจจัดวางให้เหมาะกับวิถีชีวิต สิ่งที่วางไว้คือสามารถใช้ได้จริงและยังใช้ได้จริงในทุกๆชิ้น บางครั้งรสนิยมก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้บ้านให้เรือนดูมีชีวิตชีวา น่าอยู่อาศัยและต้อนรับผู้ที่ย่างกรายขึ้นมาสัมผัสพื้นผิวไม้ ขึ้นมาสัมผัสบรรยากาศของเฮือนบัวที่ออกแบบให้สัมพันธ์และผูกพันกับธรรมชาติแวดล้อมรอบตัว ความเป็นตัวตนของเจ้าของบ้านที่มีรสนิยมที่ดีในการจัดวางและตกแต่งให้เป็นเรือนแบบพื้นบ้านชนบทในล้านนา ช่วยให้บรรยากาศเรือนดูเป็นกันเอง รู้สึกอบอุ่นเมื่อขึ้นมาถึงเรือนชาน และพร้อมต้อนรับแขกแก้วทุกคนที่มาเยือนเฮือนบัว เรือนไม้หลังน้อยที่เป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติและเป็นหนึ่งเดียวกับพื้นที่ เวลา ฤดูกาล ณ ผืนดินแห่งนั้น



 
 
 

Comments


bottom of page